ยะทิทัง, อะวิชชาปัจจะยา สังขารา, สังขาระปัจจะยา วิญญาณัง, วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง, นามะรูปะปัจจะยา สะฬายะตะนัง, สะฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส, ผัสสะปัจจะยา เวทะนา, เวทะนาปัจจะยา ตัณหา, ตัณหาปัจจะยา อุปาทานัง, อุปาทานะปัจจะยา ภะโว, ภะวะปัจจะยา ชาติ, ชาติปัจจะยา ชะรามะระณัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา สัมภะวันติ, เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ สะมุทะโย โหติ.
ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยสังขารจึงมี, เพราะสังขารเป็นปัจจัยวิญญาณจึงมี, เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยนามรูปจึงมี, เพราะนามรูปเป็นปัจจัยสฬายตนะจึงมี, เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัยผัสสะจึงมี, เพราะผัสสะเป็นปัจจัยเวทนาจึงมี, เพราะเวทนาเป็นปัจจัยตัณหาจึงมี, เพราะตัณหาเป็นปัจจัยอุปาทานจึงมี, เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยภพจึงมี, เพราะภพเป็นปัจจัยชาติจึงมี, เพราะชาตินั้นแล ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงเกิดขึ้นพร้อม, ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้.